แนวทางการประเมิน Carbon Footprintของเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงในประเทศไทย

I-Pile  ·  Square Pile  ·  Spun Pile กรอบการทำงานและค่าตัวอย่างเพื่อการศึกษา | StactBD Thailand — เมษายน 2569

1  พันธกิจ

บริษัทสแทคท์ มีความมุ่งมั่น ในการเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อน ด้านปริมาณการปล่อยคาร์บอนในวงการ การก่อสร้างของประเทศไทย ตามทิศทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) – Thailand Greenhouse Gas Management (TGO) และมาตรฐานสากล เพื่อให้วิศวกรและผู้ออกแบบโครงสร้างอาคาร สามารถนำข้อมูล Carbon Footprint ไปประกอบการตัดสินใจเลือกวัสดุและระบบโครงสร้างได้จริง

⚠ หมายเหตุ: ตัวเลขในทุกตารางเป็นค่าตัวอย่างเพื่อการศึกษา คำนวณจากค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก – Emission Factor (EF) จากฐานข้อมูลสากล สำหรับโครงการจริงต้องตรวจสอบค่า EF จาก ฉลากแสดงข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ – Environmental Product Declaration (EPD) หรือใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ – Carbon Footprint of Product (CFP) จาก TGO ของผู้ผลิตเสาเข็มโดยตรง

2  กรอบแนวคิด: 5 องค์ประกอบของ Carbon Footprint ของเสาเข็ม

ตามมาตรฐาน EN 15804 และแนวทาง TGO Carbon Footprint ของเสาเข็ม 1 เมตร แบ่งเป็น 5 องค์ประกอบ:

ลำดับองค์ประกอบขอบเขตสัดส่วนหมายเหตุ
1คอนกรีตA1–A2~55–70%ตัวขับเคลื่อนหลัก เสาเข็มใช้เกรด C35–C80 มีปริมาณซีเมนต์สูงกว่าคอนกรีตผสมเสร็จทั่วไปมาก
2เหล็กอัดแรงA1–A2~15–25%Prestressing Wire (BOF) มี Carbon Intensity สูงกว่าเหล็กรีไซเคิล EAF ใช้ค่า EF เดียวกันทุกประเภทเสาเข็ม (1.5 kgCO2e/kg)
3กระบวนการผลิต (โรงงานเสาเข็ม)A3~5–10%Steam Curing + ไฟฟ้าโรงงาน + Spinning (เฉพาะ Spun) — เป็น A3 ระดับผลิตภัณฑ์เสาเข็ม
4การขนส่งA4~1–5%ดีเซลรถบรรทุก ขึ้นกับระยะทางและน้ำหนักต่อเมตร
5การตอก / ติดตั้งA5~2–8%ดีเซลปั้นจั่นและค้อนตอก ขึ้นกับสภาพดินและความยาวเสาเข็ม

* สัดส่วนเป็นค่าประมาณ อาจแตกต่างตามขนาดเสาเข็ม ระยะขนส่ง และสภาพดิน

3  วิธีการคำนวณและค่า Emission Factor

สูตรการคำนวณ Carbon Footprint ของเสาเข็ม 1 เมตร (ขอบเขต A1–A5):

CO2e (kgCO2e/m)  =  [Vconc × EFconc]  +  [Vconc × EFfactory]  +  [Msteel × EFsteel]  +  A4  +  A5

โดยที่ :

EFconc = ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของคอนกรีต (A1-A3 การผสมคอนกรีต)

EFfactory = ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตของโรงงานผลิตเสาเข็ม (A3 ระดับผลิตภัณฑ์)

จุดสำคัญ: EF คอนกรีตแตกต่างตามเกรด และ Pile Factory A3 ของ Spun สูงกว่า

เนื่องจากเกรดคอนกรีตของเสาเข็มแต่ละประเภท มีความแตกต่างกันมาก ส่งผลให้ค่า EF คอนกรีตต่างกัน นอกจากนี้ Spun Pile มี Pile Factory A3 สูงกว่า I-Pile และ Square Pile ประมาณ 16% ต่อลูกบากศ์เมตรคอนกรีต เนื่องจากกระบวนการผลิต (Spinning) เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ส่วนของ Hollow Section ก็ทำให้การใช้คอนกรีตต่อเมตรของ Spun Pile น้อยกว่า ค่า Factory A3 ต่อเมตรของเสาเข็มจึงใกล้เคียงกันทุกประเภท (~1–3 kgCO2e/ม.)

พารามิเตอร์แหล่งอ้างอิงค่าตัวอย่าง kgCO2e/หน่วยหน่วยหมายเหตุ
คอนกรีต — Square Pile (C35-C40)ICE DB v3.0~300A1-A3 การผสมคอนกรีตเท่านั้น ไม่รวมโรงงานผลิตเสาเข็ม
คอนกรีต — I-Pile (C45-C50)ICE DB v3.0~340ใช้คอนกรีตเกรดสูงขึ้น (~410 kg/m³) ส่งผลให้ค่าEF สูงขึ้นตามไปด้วย
คอนกรีต — Spun Pile (C60-C80)ICE DB v3.0~360ใช้คอนกรีตเกรดสูงมากขึ้น(~475 kg/m³) ส่งผลให้ค่าEF สูงขึ้นด้วย
Pile Factory A3 — I-Pile / Squareพลังงานโรงงาน~20m³ คอนกรีตSteam Curing (~10.7) + ไฟฟ้า (~9.5)
Pile Factory A3 — Spun Pileพลังงานโรงงาน~24m³ คอนกรีตเพิ่ม Spinning (~3.3) — สูงกว่า I/Square ~16% ต่อ m³ คอนกรีต
เหล็กอัดแรง / Prestressing WireICE DB v3.01.5kgใช้ค่าเดียวกันทุกประเภทเสาเข็ม (BOF)
ดีเซลขนส่ง (A4)TGO / IPCC~0.096ตัน-กม.ปรับตาม Load Factor จริง

ค่าในตารางเป็นค่าตัวอย่าง — ควรตรวจสอบจาก EPD ของผู้ผลิตเสมอ

4  ตัวอย่างการประเมิน Carbon Footprint ตามขนาดเสาเข็ม

รหัสประเภทคอนกรีต (kgCO2e/ม.)Pile Factory A3 (kgCO2e/ม.)เหล็ก
(kgCO2e/ม.)
รวม A1–A3 (kgCO2e/ม.) [ตัวอย่าง]
IP-300I-Pile23.21.412.0~37
IP-400I-Pile44.82.723.3~71
SQ-250Square18.81.318.5~39
SQ-300Square27.01.826.5~55
SQ-400Square48.03.247.1~98
SP-300Spun16.31.16.4~24
SP-400Spun24.61.69.6~36
SP-500Spun36.02.414.1~52

* A4 (ขนส่ง) = ระยะทาง × น้ำหนักต่อเมตร × ~0.096 kgCO2e/t-km | A5 (ตอก) = ดีเซล (ลิตร) × 2.68 kgCO2e/ลิตร

5  ดัชนีประสิทธิภาพคาร์บอน – Carbon Efficiency Index (CEI)

การเปรียบเทียบ Carbon Footprint ต่อเมตรโดยตรงระหว่างเสาเข็มต่างขนาดกัน ยังไม่สามารถสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้ต่อได้ เนื่องจากเสาเข็มขนาดใหญ่ย่อมมีการปล่อย Carbon Footprint ที่สูงกว่า ในขณะที่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าด้วย ดังนั้นค่า CEI จึงสามารถแก้ปัญหานี้ ได้โดยการปรับข้อมูลให้ค่ามาตรฐาน (Normalize) ด้วยกำลังรับน้ำหนัก เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกันได้ เช่นเดียวกับที่ QS ใช้ “ต้นทุนต่อตัน”:

CEI  =  CO2e ต่อต้น (kgCO2e)  ÷  Typical Load (ตัน)  =  kgCO2e / ตันกำลังรับน้ำหนัก
ค่า CEI ที่ต่ำกว่า = ใช้คาร์บอนน้อยกว่าต่อหน่วยกำลังรับน้ำหนักที่ได้ = ประสิทธิภาพคาร์บอนสูงกว่าควรใช้ Typical Load จากรายงานผลทดสอบดินของโครงการเสมอค่าในตารางเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีสมมุติฐานที่ความลึก 21 เมตร
รหัสประเภทCO2e/ม. (kgCO2e)CO2e/ต้น (kgCO2e)Typical Load (ตัน)CEI (kgCO2e/ตันกำลังรับน้ำหนัก) [ตัวอย่าง ↓ น้อย = ดี]
IP-300I-Pile3776732.523.6
IP-350I-Pile521,09842.525.8
IP-400I-Pile711,48560.024.8
SQ-250Square3980832.524.9
SQ-300Square551,16350.023.3
SQ-350Square751,58070.022.6
SQ-400Square982,06595.021.7
SP-300Spun2449937.513.3
SP-350Spun2960452.511.5
SP-400Spun3675260.012.5
SP-450Spun4492275.012.3
SP-500Spun531,10285.013.0
CEI < 15  =  ประสิทธิภาพสูงมากCEI 15–24  =  ประสิทธิภาพดีCEI > 24  =  ประสิทธิภาพมาตรฐาน
ข้อสังเกต: Spun Pile แสดง CEI ต่ำที่สุด (~11–13) เนื่องจากแม้ EF คอนกรีตและ Factory A3 จะสูงกว่าต่อ m³ แต่ Hollow Section ลดปริมาณคอนกรีตต่อเมตรได้มาก ทำให้ Carbon รวมต่อตันกำลังรับน้ำหนักดีกว่าอย่างชัดเจน การตัดสินใจจริงต้องพิจารณา Typical Load ที่ได้ ร่วมกับต้นทุน ระยะขนส่ง และข้อมูล Geotechnical ด้วยเสมอ

การต่อยอด CEI ในระดับโครงการ

  • เปรียบเทียบ Total Carbon ฐานราก = จำนวนต้น × CO2e ต่อต้น ระหว่างทางเลือก
  • สร้าง Cost–Carbon Matrix: แกน X = ต้นทุนต่อตันกำลังรับน้ำหนัก, แกน Y = CEI ทางเลือกที่ดีอยู่ พื้นที่มุมซ้ายด้านล่าง
  • การลด Dead Load ด้วยระบบพื้น BubbleDeck ลดจำนวนต้นทั้งหมด Carbon ฐานรากลดลงโดยตรง

6  คำแนะนำ: ขั้นตอนในการประเมิน

  • กำหนดขอบเขต A1–A3 หรือ A1–A5 ให้ชัดเจนก่อนเริ่ม
  • ใช้ EF คอนกรีตแยกตามเกรดจริงของเสาเข็มแต่ละประเภท (ไม่ใช้ค่าเดียวกันทุกประเภท)
  • แยก EF คอนกรีต (A1-A3 การผสม) กับ Pile Factory A3 (โรงงานเสาเข็ม) ออกจากกัน อย่านับซ้ำ
  • สำหรับ Spun Pile ใช้ Factory A3 EF สูงกว่า I/Square ~16% ต่อ m³ คอนกรีต (เพราะ Spinning)
  • ขอข้อมูล EF จากผู้ผลิตเสาเข็มโดยตรงผ่าน EPD หรือ TGO CFP Label
  • ใช้ CEI เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบเชิงสัดส่วน อ้างอิง Typical Load จาก Geotechnical Report เสมอ

เอกสารอ้างอิง

[1] ICE Database v3.0, University of Bath / Circular Ecology, 2019

[2] Kim, J. et al. Embodied Life Cycle GWP of PC and PHC Piles in Korea. Buildings 13(10), 2023

[3] Suriyanon, N. et al. Carbon Footprint Assessment of a Bore Pile Contractor: Thailand. 2025

[4] TGO. ค่า Emission Factor ไฟฟ้า Scope 2 = 0.4750 kgCO2e/kWh, มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2568

จัดทำโดย สแทคท์ บับเบิ้ลเดค ประเทศไทย — ผู้แทนจำหน่ายและวิศวกร ระบบพื้น BubbleDeck ในประเทศไทย | เมษายน 2569

แชร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การแบ่งปันความรู้
กรกฎาคม 4, 2025